เจดีย์เทียนมู่

2 Aug

• เมืองเว้ อดีตนครจักรพรรดิหรือพระราชวังที่จักรพรรดิยาลอง องค์ปฐมกษัตริย์แห่งราชวงศ์เหวียนเป็นผู้สถาปนาขึ้น เมืองแห่งนี้ได้รับการบันทึกไว้หลังจากอาณาจักรจามปาล่มสลายลง
เดิมเมืองเว้นั้นเป็นเมืองเล็กๆที่ตั้งอยู่ใจกลางของประเทศเวียดนาม อยู่ในความปกครองของขุนนางเหวียนฮวาง (Nguyen Hoang) ในแผ่นดินของราชวงศ์เล แต่ราชวงศ์ปกครองได้ไม่นานก็เกิดสงครามแบ่งแยกดินแดนขึ้น ทางตอนเหนือตกไปอยู่ในการปกครองของขุนนางตริงห์ และทางตอนใต้ตกอยู่ในการปกครองของขุนนางเหวียน ต่อมาได้ขัดแย้งกันและได้เกิดสงครามขึ้นมา พี่น้องตระกูลเตยเซินก่อกบฏขึ้นและยึดเวียดนามได้ทั้งหมด เหวียนฉวางหรือที่คนไทยรู้จักพระองค์ในชื่อว่า องเชียงสือ ซึ่งเป็นผู้ปกครองเวียดนามใต้อยู่ในขณะนั้น จึงได้ลี้ภัยมาพึ่งพระบรมโพธิสมภารในพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกนานถึง 4 ปีแล้วกลับมาปราบกบฏลงได้ในปี พ.ศ. 2345 และรวบรวมดินแดนทางตอนเหนือและตอนใต้เข้าไว้ด้วยกัน โดยเรียกชื่อเสียใหม่ว่า เวียดนาม พร้อมกับสถาปนาตนเองเป็นจักรพรรดิยาลองแห่งราชวงศ์เหวียนขึ้นปกครองเมืองเว้ซึ่งเป็นราชธานี


แต่หลังจากที่พระเจ้ายางลองปกครองเวียดนามได้เพียง 33 ปี ฝรั่งเศสก็บุกเข้าโจมตีเมืองเว้ ในช่วงนี้จักรพรรดิผลัดกันขึ้นสู้บัลลังก์ในช่วงสั้นๆ การเดินขบวนต่อต้านฝรั่งเศสและการต่อสู้กับจักรพรรดินิยมถูกติดตามมาด้วยการยึดครองของญี่ปุ่นในมหาสงครามเอเชียบูรพาเมื่อปี พ.ศ. 2488 และในสิงหาคมปีเดียวกันนี้เองที่พระเจ้าเบ๋าได่ ได้สละราชสมบัติเป็นอันสิ้นสุดราชวงศ์เหวียน ต่อมาเมืองเว้ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของเวียดนามใต้ตามการแบ่งประเทศออกเป็น 2 ส่วน และได้เสื่อมสลายลงภายใต้การปกครองของรัฐบาลโงดิงห์เดียม นครแห่งจักรพรรดิต้องประสบกับความเสียหายอย่างหนัก ระหว่างการบุกเข้าโจมตีของเวียดกงในช่วงเทศกาลเต็ดเมื่อปี พ.ศ. 2511 ซึ่งก่อให้เกิดความเดือดร้อนไปทุกเมืองในเวียดนามใต้ และเหตุการณ์ครั้งนั้นเองก็ส่งผลให้สหรัฐอเมริกาถอนกองกำลังออกจากเวียดนาม และในที่สุดก็ทำให้เวียดนามเหนือลงมายึดเวียดนามใต้และรวมกันเป็นหนึ่งได้สำเร็จ
แม้ว่าเมืองเว้จะได้รับความเสียหายจากพิษภัยของสงครามลงไปบ้าง แต่ก็ยังคงหลงเหลือร่องรอยแห่งความเจริญรุ่งเรืองของนครจักรพรรดิอยู่อีกไม่น้อยเช่นกัน แต่ละแห่งล้วนมีเรื่องราวน่าสนใจมากมายให้นักเดินทางได้เข้าไปเยี่ยมชม ตั้งแต่พระราชวัง สุสานจักรพรรดิ ตลอดตนแม่น้ำหอม แม่น้ำสายสำคัญที่ไหลผ่านใจกลางเมืองและด้วยความเจริญรุ่งเรืองในอดีต โบราณสถานอันงดงามและทรงคุณค่า วัฒนธรรมที่มีแบบฉบับของตนเอง เว้จึงได้รับการยืนยันจากองค์การยูเนสโกประกาศขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมในปี พ.ศ. 2536 สิ่งเหล่านี้เองที่เป็นมนต์เสน่ห์ดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกให้มาเยี่ยมเยือนเมืองมรดกโลกริมแม่น้ำหอมที่ไม่ได้สูญหายไปพร้อมกับกาลเวลาแห่งนี้

• สถานที่ตั้ง: เมืองเว้ตั้งอยู่ตอนกลางของประเทศ เชื่อมโยงเขตอันอุดมสมบูรณ์อันกว้างใหญ่ขิงดินแดนสามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขงทางภาคใต้ และดินดอนสามเหลี่ยมปากแม่น้ำแดงทางภาคเหนือ อยู่ห่างจากชายฝั่งทะเลประมาณ 12 กิโลเมตร มีพรมแดนติดกับลาวทางภาคตะวันตก อดีตเคยเป็นเมืองหลวงของประเทศเวียดนามตั้งแต่ พ.ศ. 2345 – พ.ศ. 2488 และเมืองนี้ก่อตั้งโดยกษัตริย์ราชวงศ์เหวียน แม้ว่าความเก่าแก่จะไม่เท่ากับเมืองหลวงอย่างฮานอยที่มีอายุเก่าแก่กว่า 900 ปี แต่เมืองเว้กลับยังคงรักษาเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมและโบราณสถานอันสง่างามไว้ได้อย่างดี จึงไม่น่าแปลกใจเลยหากชาวเวียดนามจะกล่าวว่า หากอยากรู้จักเวียดนามต้องมาเยือนเมืองนี้ โดยแหล่งท่องเที่ยวสำคัญส่วนใหญ่จะตั้งอยู่ริมแม่น้ำหอมที่ไหลผ่านกลางเมือง

การเดินทางจากประเทศไทย
• ทางรถยนต์ : จากตัวอำเภอในจังหวัดมุกดาหาร ข้ามแม่น้ำโดขงมายังแขวงสะหวันนะเขตในประเทศลาว จากนั้นให้นั่งรถประจำทางบริเวณนั้นสถานีขนส่งแขวงสะหวัดนะเขต มาตามทางหลวงหมายเลข 9 ไปยังด่านลาวบ่าวพรมแดนประเทศเวียดนามระยะทาง 250 กิโลเมตร เข้าสู่ประเทศเวียดนาม จากนั้นนั่งรถอีก 160 กิโลเมตร โดยใช้ทางหลวงหมายเลข 1 ก็จะถึงตัวเมืองเว้ ประเทศเวียดนาม รวมระยะทางทั้งหมดจากจังหวัดมุกดาหารไปยังเมืองเว้ประมาณ 410 กิโลเมตร
• ทางอากาศ : ปัจจุบันยังไม่มีสายการบินใดเปิดให้บริการสู่เมืองเว้ คุณต้องใช้บริการของสายการบิน พีบี. แอร์ เพื่อมาลงยังสนามบินนานาชาติดานัง ประเทศเวียดนาม จากนั้นต้องเดินทางต่อด้วยรถโดยสารประจำทางจากสถานีขนส่งเมืองดานัง ไปยังเมืองเว้ ระยะทางประมาณ 108 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3 ชั่วโมง
• การเดินทางภายในเมืองเว้
• ทางบก : สำหรับพาหนะในการเที่ยวชมเมืองเว้ มีให้บริการอยู่หลายประเภทตั้งแต่ จักรยานที่มีให้เช่าตามโรงแรมใหญ่ๆ ราคาประมาณ 1 US$ ต่อวันเหมาะสำหรับผู้ที่จ้องการเที่ยวชมเมืองเว้ในบรรยากาศส่วนตัว ส่วนรถจักรยานยนต์นั้นมีให้เลือกทั้งแบบ เหมาเช่าขี่เองในราคา 50,000-70,000 ดองต่อวัน หรืออาจจะเลือกใช้บริการมอเตอร์ไซด์รับจ้างที่มีให้บริการอยู่ตามตัวเมืองและสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ก็สะดวกเช่นกัน ส่วนสามล้อถีบ หรือที่ชาวเวียดนามเรียกว่า ซิโคล่ ดูจะเป็นพาหนะยอดนิยมสำหรับนักท่องเที่ยวที่มาเยือนเวียดนาม เพราะคุณจะได้ชมทิวทัศน์ตัวเมืองอย่างใกล้ชิด โดยมีคนให้บริการปั่นอยู่ด้านหลังแนะนำให้ตกลงเรื่องสถานที่และเวลาให้เรียบร้อยก่อนออกเดิน
• ทางน้ำ : สำหรับท่านที่มาเยี่ยมเยือนเมืองมรดกโลกริมแม่น้ำหอม สิ่งหนึ่งที่คุณไม่ควรพลาดคือการได้นั่งเรือล่องแม่น้ำหอม มีให้เลือกทั้งโปรแกรมล่องเรือชมสุสานจักรพรรดิแห่งราชวงศ์เหวียนและเจดีย์เทียนมู่ ซึ่งค่อนข้างใช้เวลาในการเยี่ยมชมเพราะแต่ละแห่งอยู่ไกลกัน แต่สำหรับผู้ที่มีเวลาน้อยอาจจะใช้บริการล่องเรือเพื่อชมวิวทิวทัศน์สองฝากฝั่งเพียงอย่างเดียวก็ได้
• ส่วนโปรแกรมท่องเที่ยวทางน้ำที่ดูเหมือนจะเป็นที่นิยมในการท่องเที่ยวคือการล่องเรือลำน้ำหอมที่มีให้บริการในยามเย็น โดยเรือจะไม่ล่องไปไกลเหมือนในตอนกลางวัน แต่จะล่องไปตามสายน้ำหอมเอื่อยๆ ท่ามกลางศิลปินนักร้องนักดนตรีที่มาบรรเลงเพลงพื้นเมืองให้ฟังกันสดๆด้วยเครื่องดนตรีที่เป็นเอกลักษณ์ของเวียดนาม โดยเรือจะมีให้บริการอยู่บริเวณริมแม่น้ำหอมใกล้ๆกับสะพานข้ามแม่น้ำหอมที่อยู่ใจกลางเมือง

 

สถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญในนครเว้

• วัดเทียนมู่ (Thien Mu Pagoda)
วัดเทียนมู่ ตั้งอยู่ฝั่งซ้ายของริมแม่น้ำหอมทางไปสุสานของพระเจ้ามิงห์หม่าง วัดแห่งนี้นับเป็นศูนย์กลางทางพุทธศาสนานิกายเซน จุดเด่นที่สุดของวัดแห่งนี้คือ เจดีย์ทรงเก๋ง 8 เหลี่ยม สูงลดหลั่นกัน 7 ชั้น แต่ละชั้นเป็นตัวแทนของชาติภพต่างๆ ของพระพุทธเจ้า ส่วนทางฝั่งซ้ายและขวาเป็นที่ตั้งของศิลาจารึกและระฆังสำริดขนาดใหญ่หนักถึง 2,000 กิโลกรัม ถัดมาทางด้านหลังของเจดีย์เป็นประตูทางเข้าสู่บริเวณภายในวัด มีรูปปั้นเทพเจ้า 6 องค์ คอยยืนเฝ้าปกป้องไม่ให้ความชั่วร้ายเข้ามาเยือนและวัดแห่งนี้เองมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์และการเมืองในช่วงยุคหลังของเวียตนาม เมื่อพระภิกษุทิกกวางหยุก เจ้าอาวาสของวัดเทียนมู่ได้ใช้รถออสตินสีฟ้าคันเล็กเป็นพาหนะไปเผาตัวเองที่กลางกรุงไซ่ง่อนหรือโฮจิมินห์ซิตี้ในปัจจุบัน ในช่วงสายของวันที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2506 เพื่อประท้วงการบังคับให้ประชาชนไปนับถือศาสนาคริสต์และการฉ้อราษฎร์บังหลวงของรัฐบาลโงดินห์เดียมที่เป็นคาทอลิก

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: