Archive | Union of Myanmar RSS feed for this section

อุทยานแห่งชาติ Alaungdaw Kathapa

2 Aug

Alaungdaw Kathapa Notional Park

เป็นอุทยานแห่งชาติที่รวมถึงอ่างกักเก็บน้ำบนของแม่น้ำ Petpa, Patolon และTaungdwin Petpa แม่น้ำแควเป็นของ Patolon แม่น้ำ Patolon และ Taungdwin ระบายน้ำส่วนตะวันออกและตะวันตกของอุทยานฯ ตามลำดับ

แม่น้ำเหล่านี้ไหลเหนือในหุบเขาสูงชันด้านแยกออกจากกันและกลับจาก หุบเขาที่อยู่ติดกันไปทางทิศตะวันตกและทิศตะวันออกตามแนวเหนือใต้ยาวที่ เพิ่มขึ้นเป็นเอนไซม์จากปี 2000 ถึงกว่า 4000 ฟุต เหล่านี้สันเขาขนานคือชุดของcuestasลักษณะ escarpments ค่อนข้างสูงชันบนใบหน้าตะวันออกที่มีความลาดชันปานกลางในทิศตะวันตกสันเขาที่โดดเด่นเป็นที่รู้จักกันMahudaung เป็นสันเขาทางทิศตะวันออกในสวนสาธารณะและก็ฟอร์มลุ่มน้ำระหว่างหุบเขาตัดสินในวงกว้างของChindwinและ Patolon และ drainages Petpa

ไปทางทิศตะวันตก ทางทิศตะวันตกไกลออกไปเกินกว่า Taungdwin แม่น้ำอีกสันเขาสูง Ponnyadaung, ถึงความสูงของ 4263 ฟุตที่ Hlaingma Taung และรูปแบบพรมแดนด้านตะวันตกของสวนสาธารณะในฤดูฝนน้ำตก ขนาดเล็กจำนวนมากปรากฏอยู่เหนือหุบเขาโดยเฉพาะตามต้นน้ำลำธารของแม่น้ำ Patolon และ Petpa ในฤดูแล้งเดือนมีนาคมถึงเดือนพฤษภาคมของลำธารขนาดเล็กแห้ง มีจำนวนของ น้ำพุยืนต้นที่ให้แม่น้ำสายสำคัญที่ไหลอยู่

Advertisements

หาดฮาปาลี (Ngapali Beach)

2 Aug

หาดฮาปาลี (Ngapali Beach) คือชายหาดที่มีชื่อเสียงที่สุดในประเทศพม่าและเป็นจุดหมายปลายทางด้านการ ท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมมากที่สุดแห่งหนึ่งของพม่าอีกด้วย แต่เนื่องจากเหตุผลทางการเมืองของพม่าจึงส่งผลให้สถานที่ท่องเที่ยวสวยๆส่วนใหญ่ไม่เป็นที่รู้จักในหมู่นักท่องเที่ยวต่างชาติมากนัก

โดยชายหาดแห่งนี้อยู่ในเขตพื้นที่ของจังหวัดตั่งตแว(Thandwe) จังหวัดในเขตปกครองของรัฐยะไข่ (Rakhine) รัฐที่ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกของประเทศสหภาพพม่า ชายหาดอยู่ห่างจากตัวเมืองประมาณ 7 กิโลเมตร (4 ไมล์) โดยชายหาดนั้นทอดยาวขนานไปกับชายฝั่งประมาณ 3 กิโลเมตร (2 ไมล์) และสามารถมองเห็นมหาสมุทร อินเดีย (Indian Ocean) ได้อย่างชัดเจนอีกด้วย

 

สำหรับการหาที่พักในบริเวณหาดหาดฮาปาลีนั้น แน่นอนว่าการที่ได้รับการส่งเสริมให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวหลักๆของพม่า ย่อมมีโรงแรมและรีสอร์ทจำนวนหลายแห่งไว้ คอยบริการนักท่องเที่ยวแต่ก็ยังถือว่ามีไม่มากจนเกินไปนัก ซึ่งแต่ละแห่งก็ล้วนมีความแตกต่างกันไปตามคุณภาพของที่พักโดยอาจมีทั้งราคา เบาๆไปจนถึงแพงสุดๆ นอกจากนี้บริเวณชายหาดหาดฮาปาลียังเป็นที่ตั้งของหมู่บ้านชาวประมง สถานที่ที่คุณจะได้ชมวิถีงชิจความเป็นอยู่ของคนในท้องถิ่น ชมการประมงแบบพื้นบ้าน การตาก ปลาริมชายหาด รวมไปถึงการขนส่งโดยการใช้วัว

วัดมหากันดายงค์ (Maha Gandayon Monastery)

2 Aug

วัดมหากันดายงค์เป็นวัดใหญ่ที่สุดของพม่าที่เมืองอมรปุระ ซึ่งในช่วงเพลจะมีภิกษุสงฆ์นับร้อยรูปเดินเรียงแถวด้วยอาการสำรวมเพื่อรับ อาหารพระพุทธมหามุนี (Mahamui Pagoda )หรือรู้จักกันในนามพระล้างหน้า ที่มีความงดงามตามศิลปกรรมพม่าที่มีลักษณะเป็นพระพุทธรูปสำริดปิดทอง ที่อยู่คู่บ้านคู่เมืองมาช้านานที่สร้างขึ้นราว ปี พ.ศ 2327

เป็นสถานที่ที่สำคัญรองจากพระธาตุเชเวดากองในกรุงย่างกุ้ง พระราชวังมัณฑะเลย์ของพระเจ้ามินดงและกษัตริย์ สีป่อ พระเจ้าแผ่นดินองค์สุดท้าย พระราชวังมัณฑะเลย์สร้างขึ้นสมัยพระราชามินดง Mindon ราชาภิเษกขึ้นเป็นกษัตริย์ภายหลังจากมีสงครามระหว่างพม่ากับอังกฤษ ในปี พ.ศ. 2395เวลานั้นเมืองหลวงอยู่ที่ อมรปุระ Amarapura ซึ่งเป็นเมืองที่ตั้งมาตั้งแต่ปีพ.ศ. 2325 พระราชามินดงต้องการที่จะหาที่ตั้งของเมืองหลวงที่จะสร้างใหม่หลังสงคราม เพราะเมืองหลวงเก่าได้ซึ่งผ่านสิ่งร้ายๆมา ประกอบกับการยึดมั่นในหลักศูนย์กลางพุทธศาสนา และพระพุทธเจ้าได้ปรินิพพานครบ 2,400 ปี จึงมีรับสั่งให้สร้างเมืองหลวงใหม่ให้เป็น “เมืองสีทอง” Golden City ได้ปรึกษากับพระโหราจารย์ และได้ศุภฤกษ์ เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2400 โดยได้วางศิฤาฤกษ์

และต่อมาก็ตั้งผังเมือง โดยฝั่งทางตะวันตกนั้นได้นำชีวิตมนุษย์สังเวย โดยนำชาย หญิง และเด็กจำนวน 52 ชีวิต ฝังไว้ภายใต้เสาหลักเมือง เชื่อว่าวิญญาณของคนเหล่านี้จะปกป้องคุ้มครองเมือง การก่อสร้างเมืองเสร็จสมบูรณ์ในปี 2402 รวมระยะเวลาในการสร้าง 2 ปี เมืองสร้างเป็นสี่เหลี่ยมจตุรัส วัดได้ประมาณ 2,030 เมตร ในแต่ละด้าน พระราชวังตั้งอยู่ตรงกลางจตุรัส มีกำแพงล้อมรอบโดยมีประตู 12 ด้าน ตามจักราศรีพระราชวังโดดเด่นด้วยหอสูง 78 เมตร ซึ่งตั้งเป็นศูนย์กลางของจักรวาลตามความเชื่อ เกี่ยวกับเรื่องไตรภูมิในพุทธศาสนา หลังคาสูงเจ็ดชั้นประดับด้วยทองคำเปลว โดยได้สร้างให้สมเกียรติ กับบัลลังค์สิงโตซึ่งใช้ในการประกอบพิธีกรรมสำคัญๆ เช่นพิธีKadaw เทิดพระเกียรติ ซึ่งจัดขึ้น 3 ครั้งต่อปี

พระราชวังทั้งหมดทำจากไม้ซึ่งนำมาจากวังเดิมที่อมรปุระ พระราชวังตกแต่งด้วยไม้แกะสลักเป็นรูปตามเทพนิยาย รูปดอกไม้และสัญลักษณ์ทางโหราศาสตร์ มีหอนาฬิกาที่ทำจากไม้สักเพื่อเป็นที่สังเกตุการณ์ของทหารเพื่อระวังไฟไหม้ กษัตริย์มินดงได้สวรรค์คตในปี 2421 ต่อมาพระราชวังได้ถูกไฟไหม้วอดวาย ในปี 2488 รัฐบาลพม่าจึงได้บูรณะวังใหม่

พระมหาเจดีย์ชเวดากอง

2 Aug

พระมหาเจดีย์ชเวดากอง หรือ เจดีย์ทองแห่งเมืองดากองหรือตะเกิง (ชื่อเดิมของเมืองย่างกุ้ง) แห่งลุ่มน้ำอิระวดี มหาเจดีย์ที่ใหญ่ที่สุดของประเทศพม่า มีความสูงถึง 326 ฟุต


• มหาเจดีย์ชเวดากอง : เล่าว่าพระมหากษัตริย์มอญคือพระเจ้าโอกะลาปะ ทรงเลื่อมใสในศรัทธาพระพุทธศาสนา ได้ทรางก่อสร้างองค์พระเจดีย์ชเวดากองขึ้นมาเมื่อกว่า 2000 ปี ก่อน ต่อมาพระมหากษัตริย์มอญและพม่าแทบทุกพระองค์ได้ถือเป็นพระราชภารกิจในการก่อ เสริมองค์พระเจดีย์ให้สูงใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ จนสูงถึง 326 ฟุต กว้าง 1355 ฟุตในปัจจุบัน โดยเฉพาะในสมัยพระนางซินสอบู หรือนางพระยาตะละแม่ท้าวเจ้า กษัตรีมอญผู้ครองเมืองหงสาวดี ได้ทรงริเริ่มธรรมเนียมบริจาคทองคำเท่าน้ำหนักพระองค์เองในการบูรณะพระมหา เจดีย์ นับตั้งแต่ทรงขึ้นครองราชย์ในปี พ.ศ.1996 (ตรงกับสมัยสมเด็จพระบรมไตยโลกนาถแห่งกรุงศรีอยุธยา) จนกลายเป็นพระราชพิธีที่ปฎิบัติสืบต่อกันมา
• วันนี้มหาเจดีย์ ชเวดากองมีทองคำโอบหุ้มอยู่เป็นน้ำหนักถึง 1100 กิโลกรัม โดยช่างชาวพม่า จะใช้ทองคำแท้ตีเป็นแผ่นปิดองค์เจดีย์ไว้รอบองค์ หากสังเกตในรายละเอียดจะเห็นรอบต่อของแผ่นทองคำ ซึ่งมิได้ผสานเป็นเนื้อเดียว แต่จะเป็นแผ่นๆ มาเรียกกัน ครั้งเมื่อแผ่นทองหมองคล้ำก็จะถอดหมุดแล้วแกะแผ่นทองออกมาขัดล้างปีละครั้ง เป็นประเพณีสืบเนื่องกันมาตลอด
• สุวรรณฉัตร หรือ ทององค์ใหญ่บนยอดเจดีย์ชเวดากองเคยมีการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญเท่าที่มีการ บันทึกไว้ในประวัติศาสตร์พม่า 3 ครั้ง คือ ครั้งแรก ในปี พ.ศ.2317 รัชสมัยพระเจ้าฉินบูชิน ทรงถวายสุวรรณฉัตรองค์ใหม่ รูปทรงพม่า แทนองค์เดิมที่เป็นรูปทรงมอญ โดยโปรดฯให้ระฆังเงินระฆังทองและทองแดง รวม 600 ใบ และมีเพชรประดับโดยรอบด้วย เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 4 ต่อมาเกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหว เป็นเหตุให้สุวรรณฉัตร หักตกลงมา จึงมีการบูรณะครั้งที่สองในปี พ.ศ.2414 รัชสมัยพระเจ้ามินดง โดยทรงบริจาคพระราชทานทรัพย์ส่วนพระองค์เพื่อสร้างฉัตรใหม่ จนร่ำลือกันว่า ยอดฉัตรแห่งชเวดากองนั้นประดับประดาด้วยเพชรพลอยอัญมณีล้ำค่า คิดเป็นมูลค่ากว่า 62000 ปอนด์ ในสมัยนั้น โดยเฉพาะยอดเจดีย์ประดับระฆังใบเล็กถึง 5000 ใบ ครั้งล่าสุดในปี พ.ศ. 2542 พุทธศาสนิกชนชาวมอญพม่าได้พร้อมใจกันเปลี่ยนสุวรรณฉัตรองค์ใหม่ ถวายพระมหาเจดีย์ชเวดากอง ซึ่งมีผู้มีจิตศรัทธาแห่งแหนมามืดฟ้ามัวดิน ร่วมทำบุญ ถวายปัจจัย บางคนถึงกับถอดแหวนเพชร สร้อยทองเครื่องประดับอัญมณีนานาชนิดประดับสุวรรณฉัตรองค์ใหม่ด้วยแรงศรัทธา สูงส่ง
• รอบๆองค์พระเจดีย์ชเวดากอง เป็นลานกว้างรองรับแรงศรัทธาของพุทธศาสนิกชนได้จำนวนมาก บริเวณทางขึ้นทั้งสี่ทิศจะมีวิหารโถง สร้างด้วยเครื่องไม้หลังคาทรงปราสาท ปิดทองล่องชาดประดับกระจกทั้งหลัง ภายในประดิษฐานพระประธานสำหรับให้ประชาชนมากราบไหว้บูชา เพราะชาวมอญและชาวพม่าถือการกราบไหว้บูชาเจดีย์ชเวดากองเป็นนิตย์ จะนำมาซึ่งบุญกุศลอันเป็นหนทางสู่การหลุดพ้นทุกข์โศกโรคภัยทั้งมวล บ้างนั่งทำสมาธิเจริญสติภาวนานับลูกประคำ และบ้างเดินประทักษัณรอบองค์เจดีย์
• นอกจากนี้รอบองค์เจดีย์ยังมีพระประจำวันเกิดประดิษฐานทั้งแปดทิศรวม 8 องค์ หากใครเกิดวันไหนก็ให้ไปสรงน้ำพระประจำวันเกิดตน จะเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต

ทิศทั้งแปดของชาวพุทธ
ชาวพม่านับถือทิศทั้งแปดเหมือนกับคนไทย โดยรอบจักรวาลแบ่งเป็น 8 ทิศ ดังนี้คือ
วันอาทิตย์ ทิศตะวันออกเฉียงเหนือ มีครุฑ
วันจันทร์ ทิศตะวันออก มีเสือ
วันอังคาร ทิศตะวันออกเฉียงใต้ มีสิงห์
วันพุธ (เช้าหรือกลางวัน) ทิศใต้ มีช้างมีงา
วันพุธ (เย็นหรือกลางคืน) ทิศตะวันตกเฉียงเหนือ มีช้างไม่มีงา
วันพฤหัสบดี ทิศตะวันตก มีหนู
วันศุกร์ ทิศเหนือ มีหนูตะเภา
วันเสาร์ ทิศตะวันตกเฉียงใต้ มีพญานาค
• พระมหาเจดีย์ชเวดา กองกับความในใจของคนไทย สำหรับคนไทยจำนวนมาก คิดว่าทองและเครื่องอัญมณีมากมายที่องค์พระมหาเจดีย์ชเวดากองคือสิ่งที่กอง ทัพพม่าลอกทองจากวัดวาอารามในกรุงศรีอยุธยา เมื่อครั้งตีกรุงศรีอยุธยาแตกครั้งที่สอง แล้วนำมาประดับองค์เจดีย์ชเวดากอง บางคนถึงกับตั้งใจเดินทางไปพิสูจน์ให้เห็นกับตาว่าเท็จจริงประการใด

• ขั้นตอนการบูชาชเวดากอง
1.ไหว้พระประธานที่วิหารโถงทิศใดทิศหนึ่ง โดยสวดมนต์ภาวนา หรือจุดธูปเทียนและถวายดอกไม้ด้วยก็ได้
2.ไหว้พระประจำวันเกิด จุดธูปเทียนถวายดอกไม้
3.สรงน้ำพระเท่าจำนวนอายุ (บวกหนึ่ง)
4.เดินประทักษิณ (วนขวา) ตั้งจิตอธิษฐาน ขอพรรอบเจดีย์หนึ่งรอบ
5.ร่วมบริจาคจตุปัจจัยเพื่อทำนุบำรุงองค์พระเจดีย์ ค้ำจุนพระศาสนา (ตามกำลังศรัทธา)
6.ตีระฆังที่ตั้งไว้รอบพระเจดีย์ (ใบใดใบหนึ่ง) ให้เทพยดาบนสรวงสวรรค์อนุโมทนารับส่วนบุญ (สาธุ)

• ขอแนะนำในการเข้าชมมหาเจดีย์ชเวดากอง
1.ห้ามผู้ชายและผู้หญิงนุ่งกางเกงขาสั้น
2.ห้ามสวมถุงน่อง รองเท้าทุกชนิด (เพื่อเป็นการเคารพสถานที่)
3.นักท่องเที่ยวทุกคนจะต้องชำระค่าเข้าชมคนละ 5 ดอลล่าร์ แล้วต้องติดสติกเกอร์สีประจำวันไว้ที่หน้าอกเพื่อแสดงไว้ว่าได้ชำระค่าเข้าชมแล้ว (หากท่านไม่ติดสติกเกอร์ อาจมีเจ้าหน้าที่มาสอบถามท่านครับ)
4.การเที่ยวชมมหาเจดีย์ชเวดากอง ให้เดินวนทางขวามือ
หมายเหตุ : มหาเจดีย์ชเวดากองเปิดให้เข้าชมได้ทุกวันตั้งแต่ 04.00 น. – 21.00 น.ทุกวัน

ทะเลสาบอินเล

2 Aug

ทะเลสาบอินเล (Inle Lake)เป็นทะเลสาบน้ำจืดตั้งอยู่ในรัฐฉาน อยู่ห่างจากเมืองตองยีประมาณ 25 กิโลเมตร ในประเทศพม่า เป็นทะเลสาบที่ใหญ่เป็นอันดับสองของพม่า

ทะเลสาบแห่งนี้เป็นที่อยู่อาศัยของกลุ่มชนที่เรียกตนเองว่า ชาวอินทา (Intha) ชนเผ่านี้อาศัยอยู่ในทะเลสาบอินเลมานานนับร้อยปีแล้ว โดยใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางการทำการเกษตรบนเกาะวัชพืชที่พวกเขาสร้างขึ้นมา เองกลางลำน้ำในทะเลสาบ

การทำประมง ในทะเลสาบเป็นเอกลักษณ์โดยเฉพาะวิธีการหาปลานั้น เรียกได้ว่าไม่มีชาวประมงที่ใดในโลกสามารถเลียนแบบได้ นี่คือหนึ่งในสถานที่มหัศจรรย์ที่ควรไปเยี่ยมเยือน ส่วนในเรื่องของที่พักนั้น จัดได้ว่ามีอยู่หลากหลายมาก เนื่องมาจากบรรยากาศที่ค่อนข้างเย็นสบายและทัศนียภาพทะเลสาบที่สวยงามมาก ทำให้มีบรรดารีสอร์ตต่างๆก่อสร้างขึ้นมากมายบริเวณโดยรอบ

การพายเรือด้วยเท้า เป็นลักษณะอันโดดเด่นเฉพาะตัวของชาวอินตา สาเหตุของการพายเรือด้วยเท้าของชาวอินตา เป็นเพราะว่าปรับการดำรงค์ชีวิตและเพิ่มความสะดวก ให้เข้ากับหลักทางภูมิศาสตร์ของทะเลสาปอินเล การไปดูชาวอินตาพายเรือด้วยเท้าอาจเป็นเหตุผลต้นๆของการไปเที่ยวทะเลสาบอิน เล แต่วิถีชีวิตและธรรมชาติแบบโรแมนติก

ทะเลสาบอินเล มีพื้นที่ประมาณ 116 ตร.ก.ม. มีความลึกประมาณ 2 – 8 เมตร ( พื้นที่เปลี่ยนแปลงไปบ้างตามฤดู ) มีความสวยงามตามธรรมชาติ เป็นแรงดึงดูดที่สำคัญดึงให้นักท่องเที่ยวมาเยือน ผืนน้ำกว้างใหญ่และวิวทิวเขาอันสวยงาม รวมทั้งเสน่ห์วิถีชีวิตของชาวอินตาที่เรียบง่าย


ทะเลสาปอินเล มหัศจรรย์ของการเกษตรกรรมลอยน้ำ เป็นภูมิปัญญาของชาวอินตาที่รู้จักดึงเอาธรรมชาติรอบตัว มาใช้เป็นประโยชน์ได้อย่างอย่างสูงสุดและเหมาะสม แปลงผักในทะเลสาบเกิดจากการตัดเอาหญ้าวัชพืชและสาหร่ายในทะเลสาปที่เอามาดัด แปลงทำเป็นแปลงเกษตรลอยน้ำ
ทะเลสาบอินเล เป็นที่ตั้งของชุมชนกลางน้ำขนาดใหญ่ ชาวบ้านมีอาชีพเกษตรกรรมทั้งเพาะปลูกและประมง และมีสินค้าหัตถกรรม ขนาดเล็ก เช่นการทอผ้า ตีเหล็ก บุหรี่ และอีกส่วนหนึ่งก็มีรายได้จากการบริการท่องเที่ยว บ้านเรือนของชาวอินตา ก็ล้วนแต่ปลูกหลักปักเสาลงในทะเลสาบ และอยู่ใกล้กับแปลงเกษตรลอยน้ำของพวกเขานั่นเอง